123-996-74

แนะนำ เทคนิคลดค่าครองชีพ
ทุกครั้ง ที่ ซื้อ ของจาก marketplace อย่าลืม กดรับคูปอง และเช็คโปรโมชั่น บัตรเครดิต ก่อน กดจ่ายเงินทุกครั้ง

กดรับ คูปอง

ก่อนเกมเริ่ม ทุกคนฟันธงว่าหงส์ต้องชนะเลสเตอร์แน่ แต่เมื่อดูเกม 90 นาทีจริงๆ ถึงจะรู้ว่า มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

[su_ball_head_1]

ก่อนเกมเริ่ม ทุกคนฟันธงว่าหงส์ต้องชนะเลสเตอร์แน่ แต่เมื่อดูเกม 90 นาทีจริงๆ ถึงจะรู้ว่า มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น และ 1 แต้มสำหรับทั้ง 2 ทีม ก็คู่ควรที่สุดแล้ว กับเกมเมื่อคืนนี้

นี่คือบทสรุป 17 ข้อ จากเกมลิเวอร์พูล 1 เลสเตอร์ 1 ที่แอนฟิลด์

1) หลังชนะคริสตัล พาเลซ แบบสะบักสะบอม 4-3 เมื่อ 10 วันก่อน ด้วยความที่ตกรอบเอฟเอคัพไปแล้ว สโมสรได้ส่งนักเตะไปหนีหนาว ที่ดูไบ เป็นระยะเวลา 4 วัน ซึ่งแน่นอน อากาศที่ดูไบในเวลานี้ ย่อมต้องดีกว่าที่อังกฤษ (ดูไบ 22 องศา , ลิเวอร์พูล 2 องศา) ส่งผลให้ก่อนลงสนามเกมเจอเลสเตอร์ ทุกคนฟิตเต็มถัง มีความสดชื่นเต็มเปี่ยม

2) เกมนี้น่าสนใจตรง มี Sleet หรือปรอยฝนกึ่งหิมะตกลงมา พร้อมอุณหภูมิที่เกือบติดลบ ทำให้สนามลื่นและเล่นยาก คือตรง Pitch ของแอนฟิลด์มีฮีตเตอร์อยู่ใต้สนามอยู่แล้ว ทำให้หิมะไม่เกาะ แต่ถ้าสังเกตดูรอบข้างมีหิมะ เต็มทุกฝั่ง ดังนั้น เกมนี้สิ่งที่ยาก คือการเลี้ยงบอล มันลื่นเป็นพิเศษ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลุยสนามแบบนี้

3) สิ่งที่ลิเวอร์พูลทำ คือถ้าเลี้ยงไม่ได้ ก็ไม่ต้องเลี้ยงเยอะ จับบอลแล้วจ่าย จับบอลแล้วจ่าย เล่นง่ายๆ เอาชัวร์ๆ ประตูขึ้นนำ 1-0 เราจะเห็นว่า แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ปกติจะเลี้ยงลุยจนได้ครอส แต่ช็อตนี้ ก็เล่นง่ายๆ แทงบอลไวๆ จนสุดท้ายไปถึงซาดิโอ มาเน่ ซัดเข้าไป

4) เกมนี้เลสเตอร์ เล่นอย่างอดทนมาก พวกเขาโดนนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 แต่ก็ไม่ได้โหมบุกเพื่อเอาคืน นักเตะ 11 คน ลงไปถอยรับในแดนตัวเอง ซึ่งพอโดนแพ็กแบบนี้ ปกติหงส์ จะใช้การเลี้ยงลุยของมาเน่ หรือซาลาห์ เพื่อฉีกแนวรับ แต่ในเมื่อสนามลื่นมาก มันก็เลี้ยงไม่ได้อีก พวกเขาเลยต้องใช้วิธีเคาะไปเคาะมา เพื่อหาช่อง

นั่นทำให้ในครึ่งแรก โอกาสจบสกอร์ของลิเวอร์พูลมีน้อยมาก เพราะเลสเตอร์ไม่ยอมเพรสซิ่งแย่งบอล ส่วนลิเวอร์พูลก็ได้แต่ชิ่งไปชิ่งมา

5) โอกาสครองบอลของลิเวอร์พูลในครึ่งแรกคือ 73% และมีจำนวนการผ่านบอล มากกว่าเลสเตอร์ เกิน 2 เท่า แต่นั้นเป็นสิ่งที่เลสเตอร์ตั้งใจแต่แรกอยู่แล้ว ตัวเลขครองบอลที่สูงกว่าจึงไม่ได้แปลว่า ลิเวอร์พูลจะเล่นดีกว่า

6) ในครึ่งแรก เราเห็นช็อตพลาดเล็กๆของอลิสซอน ที่เตะบอลไปแฉลบเจมี่ วาร์ดี้ ก่อนจะมาเข้าทางมาร์ก อัลไบร์ตัน โยนให้เจมส์ แมดดิสันโหม่งหลุดกรอบ ถามว่าลูกนี้ จะโทษอลิสซอนได้ไหม ก็ได้บ้าง แต่ก็เห็นใจเขาเช่นกัน เพราะในสภาพสนามที่ลื่นแบบนี้ การเตะทุกช็อตต้องชัวร์จริงๆ อลิสซอน เลยเลือกจะจับบอลก่อน ไม่หวดทันที มันก็เลยไปแฉลบวาร์ดี้ อย่างช่วยไม่ได้นั่นเอง

ขณะที่จังหวะอื่น อลิสซอนเล่นได้เพอร์เฟ็กต์หมด การเซฟจ่อๆช่วงต้นครึ่งหลังทำให้ทีมไม่โดนนำ รวมถึงการออกมาสกัดบอล เคลียร์บอลนอกกรอบเขตโทษ มาได้เร็วก่อนเจมี่ วาร์ดี้ จะถึงบอล คือถ้าไม่มีอลิสซอน เกมนี้ก็บอกได้ว่าลิเวอร์พูลแพ้ไปแล้ว

7) ก่อนเกมกับเลสเตอร์ ลิเวอร์พูลเสียประตู 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก (นาทีที่ 41-45) กี่ลูกรู้ไหมครับ คำตอบคือ 0 ลูก ลิเวอร์พูลไม่เคยเสียประตูในช่วงนี้เลย นั่นเพราะเป็นจุดที่คล็อปป์ระวังเสมอ การมาโดนยิงช่วงท้ายครึ่งแรก มันมีผลมาก ต่อความมั่นใจในครึ่งหลัง ดังนั้นปกติ ลิเวอร์พูลจะ "ปิดเกม" ในช่วงก่อนจบครึ่งแรก แต่ ประตูที่โดนเลสเตอร์ตีเสมอ จุดเริ่มต้นมาจากการที่ไม่ยอมปิดเกม เกอิต้า จ่ายบอลยัดยากๆมาให้ โรเบิร์ตสัน จนจับบอลไม่ดี แล้วโดนตัดบอล นำมาสู่ฟรีคิก และนำมาสู่การเสียประตูในที่สุด

8) เกมนี้ เป็นอีกครั้งที่นาบี เกอิต้าเล่นไม่ดี เรื่องการเลี้ยงบอลไม่ได้เพราะสนามลื่นนั้นเข้าใจ แต่การตัดสินใจหลายๆอย่างของเขาผิดพลาดไปหมด จ่ายบอลติด เลี้ยงไม่ผ่าน จังหวะชิ่ง 1-2 หลุดไป ก็ไม่ได้ยิง (เพราะโดนผลัก) ไม่แปลกใจที่เขาโดนเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

9) ถามว่าลูกผลักให้จุดโทษได้ไหม ดูจากภาพช้าก็ให้ได้ เพราะเป็นการผลักอย่างชัดเจน คือ จังหวะที่เกอิต้าโดนผลักโดยริคาร์โด้ เปเรยร่า มันเหมือนช็อตที่โม ซาลาห์ โดนผลักด้วยคนเดียวกัน นาทีที่ 81 ของเกม ช็อตนั้นกรรมการให้ฟรีคิก แสดงว่าในมุมของกรรมการมองว่าเป็นการฟาวล์ แต่ในจังหวะคล้ายกัน ช็อตของเกอิต้า กลับไม่ให้อะไรเลย ก็ถือเป็นการตัดสินใจที่แปลกดี

10) เกมนี้ ตำแหน่งที่น่าเซอร์ไพรส์ที่สุด คือแบ็กขวา ที่เจอร์เก้น คล็อปป์ เลือกเอาจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงเล่นตัวจริง ทั้งๆที่มีแบ็กขวาดาวรุ่ง อย่างราฟาเอล คามาโช่อยู่ โดยคล็อปป์ให้เหตุผลว่า ฝั่งซ้ายของเลสเตอร์อันตราย เพราะมีเบน ชิลเวลล์ ดังนั้น ไม่อยากกดดันคามาโช่มากเกินไปเลยเลือกเฮนโด้แทน

เข้าใจเหตุผลของคล็อปป์ได้ แต่ปัญหาคือเฮนเดอร์สัน ไม่เวิร์กกับการเล่นแบ็กขวา จริงอยู่สมัยเล่นกับซันเดอร์แลนด์ และตอนเล่นกับหงส์ช่วงแรกๆ มันมีบางเกมที่เขาเล่นปีกขวา แต่กับแบ็กขวาน่ะหรอ นี่เป็นครั้งแรกเลย เราดูยังไงก็เห็นว่า เฮนเดอร์สัน ไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้ เขาไม่กล้าลุย ไม่กล้าทะลวง ได้บอลมาแปะคืน เพลย์เซฟตลอด ซึ่งมันกลายเป็นว่าหงส์ขาดความอันตรายในเกมริมเส้นฝั่งขวาไปแบบฟรีๆ คือถ้าจะเอาสักคนเล่นแบ็กขวา เลือกฟาบินโญ่ดีกว่าไหม อย่างน้อยก็เคยเล่นกับทีมชาติบราซิลนะ

สำหรับเฮนโด้ อีกช็อตที่เข้าตาคือ การสื่อสารกับอลิสซอนไม่เข้าใจ แล้วเกือบโดนเจมส์ แมดดิสันฉกบอล ในช่วงต้นครึ่งแรก คือเฮนเดอร์สันเป็นผู้เล่นที่ดี แต่ตำแหน่งนี้ ไม่ใช่ตำแหน่งของเขานะ

11) ด้วยสภาพอากาศ และสภาพสนาม ทุกอย่าง "เป็นใจ" ให้ฝั่งเลสเตอร์ คือปกติเลสเตอร์ เป็นทีมที่มีเกมเคาน์เตอร์เฉียบขาดที่สุดในลีก ทีมหนึ่งอยู่แล้ว พวกเขาจะแพ็กเกมรับอย่างอดทน แล้ววางบอลยาวให้วาร์ดี้ควบไปเล่น ซึ่งสนามที่ลื่นๆแบบนี้ มันเข้าทางเลสเตอร์พอดี ตัดบอลแทงยาว ตัดบอลแทงยาว

12) ตรงข้ามกับลิเวอร์พูล จุดเด่นของทีมอย่างการเลี้ยงบอลของซาล่าห์ กับ มาเน่ หายไปเลย เพราะมันลื่นจนเลี้ยงยาก กลายเป็นว่าเลสเตอร์ ก็ไม่ต้องเสียตัวผู้เล่นมาประกบติดแบบ 1 ต่อ 1 เพราะสภาพสนามช่วยจัดการให้หมดแล้ว

13) เกมนี้ ตัวสำรองของคล็อปป์ ไม่สร้างความเปลี่ยนแปลงใดๆเลย ฟาบินโญ่ แทน เกอิต้า ทำให้เกมรับแน่นขึ้นเล็กน้อย , ลัลลาน่า แทน ชาคิรี่ ลงมาก็ทำเสียบอลไป 2 หน ส่วน แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงสนามมา โดนจับแฮนด์บอลจังหวะหลุดไป 1 ที และยิงไกลแบบไม่มีเหลี่ยมจะเข้าอีก 1 ครั้ง เมื่อตัวจริงเล่นไม่ออก และตัวสำรองเปลี่ยนเกมไม่ได้ เกมก็จบทันที

14) นัดนี้ทำให้เห็นสัจธรรมว่า ในเกมฟุตบอลมันมี 90 นาที คุณนำเร็วไม่ได้แปลว่าจะชนะง่ายๆ ดูอย่างแมนฯซิตี้ ในเกมเจอนิวคาสเซิล นำเร็วตั้งแต่ 24 วินาทีแรก สุดท้ายกลับมาแพ้ ดังนั้นการนำเร็ว แต่กดคู่แข่งไม่ลง มีสิทธิโดนคัมแบ็กกลับมาได้เสมอ

15) ตอนนี้ช่องว่าง ของหงส์ กับ เรือใบ ห่างกันอยู่ที่ 5 แต้ม แปลว่า ลิเวอร์พูลยังพลาดได้อีก 2 นัด ในอีก 14 เกมที่เหลือ ถือว่าเป็นช่องว่างที่ยังเยอะอยู่ ถ้าเป็นแฟนหงส์แดง ก็ยังไม่ต้องกังวลถึงขนาดนั้น

16) ที่สำคัญความยากในอีก 2 แมตช์ต่อไป ว่ากันตรงๆคือ แมนฯซิตี้ "ยากกว่า" พวกเขาจะเปิดบ้านเจออาร์เซน่อล ที่ฟอร์มกำลังดี และต้องไปเยือนเอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสันพาร์ก ส่วนลิเวอร์พูลจะไปเยือนเวสต์แฮม และเล่นในบ้านเจอกับบอร์นมัธ ซึ่งก็ไม่ใช่งานง่ายนัก แต่ก็ยังเบากว่าของซิตี้

17) บทสรุปในเกมกับเลสเตอร์ ลิเวอร์พูลเจอสภาพสนามที่ไม่คุ้นชิน บวกกับเลสเตอร์วางแผนมาได้แน่นอน และรัดกุมมากๆ ทำให้เกมออกมาที่สกอร์ 1-1 นัดนี้ทั้งสองฝ่ายคู่ควรกับการได้ 1 แต้ม ลิเวอร์พูล ก็ไม่ควรชนะ ถ้าทั้งเกมคุณยิงตรงกรอบแค่ 3 หน เช่นเดียวกับเลสเตอร์ ก็ไม่ควรแพ้ ในเกมที่เล่นได้แน่นอนและรัดกุมมากๆ ดังนั้นผลจบที่การแบ่งแต้ม จึงถือว่าแฟร์ที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

#Liverpool

————————————-

#Singha #ถ้าใจบอกว่าใช่แล้วจะรออะไร



ข้อมูลจาก วิเคราะห์บอลจริงจัง https://www.facebook.com/1763193370562572/posts/2179721358909769?rand=95577
[su_ball_head_2] [su_ball_foo_1] [su_ball_foo_2]

18 Comments
  1. Reply
    u0e23u0e31u0e0au0e0au0e2au0e34u0e17u0e18u0e34u0e4c u0e2du0e31u0e04u0e23u0e27u0e31u0e12u0e19u0e30u0e40u0e25u0e34u0e28 January 31, 2019 at 11:32

    ออกได้3หน้าเลยเมื่อคืน
    เรามีโอกาสเน้นๆ3ดอกใน10นาทีแรกได้มา1

    จิ้งจอกตรงกรอบ1 เป็นประตูเลย และจบเพียงแค่นั้น

    วันนี้เล่นต่ำกว่ามาตรฐานมากๆ ทั้งทีมเลยครับ สมควรที่ได้1แต้มแล้ว

  2. Reply
    u0e40u0e14u0e2du0e30 u0e15u0e38u0e49u0e22 January 31, 2019 at 11:32

    ปีนี้ถ้าว่าวอีกก็ตัวใครตัวมันล่ะครับ แมนซิเล่นหลายถ้วยเลยกรอบ สเปอร์ขุมกำลังก็พอๆกับเราพอตัวหลักเจ็บก็ออกทะเล เชลซียังคงมีปัญหากับกองหน้าต่อไป ปืนดีหมดเว้นแผงหลังผลัดกันเจ็บเลยไปไม่ถึงไหน ปีหน้าผีเสริมหลังดีๆมีลุ้นอีกทีม ปีหน้าจะยากกว่านี้ถ้ามองไปข้างหน้า ฉะนั้นวันนี้ที่รอคอย คล็อปป์อย่าพลาดนะ

  3. Reply
    Toey Suparit Placktou January 31, 2019 at 11:32

    เลสเตอเล่นดี

    สภาพอากาศไม่เป็นใจกับทรงบอลทีม

    จุดโทษที่ควรได้ไม่ได้

    ไม่มีแบคขวาธรรมชาติ

    1 แต้มสำคัญ ทำให้ลิเวอร์พูล มีโอกาสแพ้นัดเสมอนัด หรือเสมอสองนัดยังนำอยู่

  4. วินๆกันไปสองฝ่าย เอาน่า ที่เหลือไม่แพ้เลย แมนซิได้ผลแบบใหนืเราได้ผลแบบนั้นืหรือดีกว่า สถานะการณ์มันอยู่ในมือเรา มือเรา มือเรา ไม่เกี่ยวกะใคร ไม่ต้องไปกลัวคนอื่นจะไล่แซง อยากให้ทีมกลับมาเป็นเหมือนตอนไล่ตามแมนซิ ก้มหน้าก้มตาเล่นไป ชนะไปเรื่อยๆ ทำงานของเราให้ดีที่สุด นั่นแหละคือคำตอบ อีกอย่าง เดือน มกราคม เราไม่เคยดีอยู่แล้ว และ มันได้ผ่านไปแล้ว เดือนหน้าเราจะกลับมาท้อปฟอร์มอีกครั้ง

  5. คู่ควรกับหนึ่งคะแนน ทีมผมก้คู่ควรกับ 4-0 เช่นกัน น้ำตาจะไหล หาเพื่อน กรุงโรม และตูริน แปบ 555

  6. เสียดายมากกว่าครับ ซิตี้เป็นทีมที่ไม่ได้พลาดง่ายๆ โอกาสมาอยู่ในมือเรา

    แต่คิดในแง่ดี วีคนี้เรากำไร 1 คะแนน

  7. Reply
    u0e08u0e31u0e01u0e23u0e01u0e24u0e29u0e13u0e4c u0e2au0e31u0e07u0e02u0e21u0e32u0e2a January 31, 2019 at 11:32

    เห้อ กะแล้วว่าไม่ง่ายแน่ เลสเตอร์ถึงจะอยู่กลางๆตาราง แต่​ก็ชนะมาแล้วทั้งแม​นซิ, เชลซี​ เล่นรับแล้วโต้กลับดีมากๆ

  8. Reply
    u0e42u0e2d u0e2du0e31u0e04u0e04u0e35 January 31, 2019 at 11:32

    สมมุติที่เหลือหงส์สะดุดสองนัด ในขณะที่เรือเก็บได้หมด จบเลยนะ เกมส์ต่อไปถ้ามาตรฐานอย่างเมื่อคืน คือค่ำคืนไปเยือนผี ผีหลอกเอาง่ายๆเลย

  9. Reply
    Nonthakrit Sopavachirathavee January 31, 2019 at 11:32

    เมื่อต้องเจอทั้งหิมะและใบแดงท่านรอง แต่คล้อปป์ไม่เคยปล่อยให้ผืนหญ้าหมองคล้ำ คุณค่าที่คล้อปป์คู่ควร

  10. Reply
    Nawapan Kaewthammachai January 31, 2019 at 11:32

    เด็กผียินดีต้อนรับลิ’พูลเข้าสู่โครงการก้าวทีละแต้ม 😁😁😁😁😁 หยอกๆๆๆๆ

  11. เลสเตอร์เล่นดีมาก + เราได้กำไร 1 คะแนน กับแมนซิ สรุปคือ พอใจมากครับ

  12. Reply
    Taveesak Densoontorn January 31, 2019 at 11:32

    เลสเตอร์มันจะเล่นดีกับทีมใหญ่เป็นธรรมดาเหมือนวิ่งลืมตายพอเจอทีมระดับเดียวกันก็อย่างที่เห็นผลงาน555+

  13. Reply
    Chaadchaan Sriprom January 31, 2019 at 11:32

    สงสัยมานานละ
    ทำไมต้องมาทีละ 17 ข้อคับ

  14. Reply
    u0e27u0e34u0e2au0e39u0e15u0e23 u0e42u0e2au0e20u0e32 January 31, 2019 at 11:32

    มันจะทำไห้เราไม่เหลิง ดีแล้วเห็นจุดบกพร่องนำไปแก้ไข

  15. Reply
    Phakin Watanachaikul January 31, 2019 at 11:32

    ตามรูปเกม เมื่อคืนถ้าได้ หนึ่งแต้ม ก็คุ้มแล้วครับ

  16. Reply
    Apichai Nickizang Pohom January 31, 2019 at 11:32

    ถ้าไม่ได้อลิซซอน เซฟนี่โดน แน่ๆ ลูกจ่อๆ

  17. Reply
    u0e27u0e34u0e2au0e39u0e15u0e23 u0e42u0e2au0e20u0e32 January 31, 2019 at 11:32

    ดีมากที่ได้1 แต้ม ดีกว่าไม่ได้

  18. Reply
    Jimmy Itthisaksunthorn January 31, 2019 at 11:32

    ไม่แพ้ก็บุญละ

Leave a reply